บทที่ 8 ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ

อรวินท์กำลังทำอาหารในครัว ขณะที่เด็กทั้งสองคนกำลังเล่นกันในห้องนั่งเล่น

เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยอันร่าเริงของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วบ้าน ทำให้บ้านหลังใหม่นี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น

อรวินท์เอาหน้าแอบมองไปที่ห้องนั่งเล่นเป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นพี่น้องทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เธอก็รู้สึกปลื้มใจมาก

ณัฐนนท์กอดขาด้วยแขนเล็ก ๆ ดวงตาโตวิบวับ "น้องจิน แม่สวยจัง อ่อนโยนด้วย"

เขาเคยจินตนาการถึงหน้าตาของแม่หลายต่อหลายครั้ง เดาว่าแม่เป็นคนแบบไหนกันแน่

ในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอแม่แล้ว ดวงตาเล็ก ๆ ของเขาไม่อยากจะหันไปไหนจากแม่เลยสักวินาที

จินตหราที่กำลังเล่นเลโก้ก็พูดตามไปด้วย "ใช่เลย แม่เราสวยมาก อ่อนโยนมาก ไม่ว่าหนูจะซนแค่ไหน แม่ไม่เคยตีหนูเลย! แต่ว่า..."

เธอหยุดพูด สีหน้าดูลำบากใจ

ณัฐนนท์มองไปที่เธอ ใบหน้าขาวนุ่มเหมือนซาลาเปาเต็มไปด้วยความอยากรู้ "เป็นอะไร?"

จินตหราวางของเล่นในมือลง เขยิบเข้าไปใกล้ แล้วพูดเบา ๆ "พี่ชาย พี่ไม่รู้หรอก แม่ประหยัดมากเลย แม่ไม่ยอมซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ กับเครื่องประดับเลย เสื้อผ้าและเครื่องประดับของแม่ล้วนแต่ออกแบบเอง ทำด้วยมือของแม่เองทั้งหมด"

เธอคลานขึ้นมาด้วยมือและเท้า หมุนตัวรอบหนึ่งต่อหน้าณัฐนนท์ น้ำเสียงเหมือนกำลังอวด "พี่ชายดูสิ ชุดเดรสตัวนี้ที่หนูใส่ แม่เย็บให้เองเลยนะ! สวยไหม? หนูจะบอกความลับให้พี่ฟังนะ แม่เป็นนักออกแบบ แม่ออกแบบอะไรได้เยอะมาก ได้ยินมาว่าสร้อยคอที่เราใส่นี่ก็แม่ออกแบบเองด้วย!"

ณัฐนนท์ตาเป็นประกายดาวทันที เต็มไปด้วยความชื่นชม "แม่เก่งเกินไปแล้ว!"

จินตหราเห็นว่าเขาชอบ จึงจับมือเขาไว้ "พี่คะหนูจะให้แม่เย็บชุดใหม่ให้พี่ด้วย"

ณัฐนนท์รีบพยักหน้าตอบรับดวงตาโตหรี่เป็นเส้นตรง "ดีจังเลย ขอบคุณน้องจิน"

"อ้อ น้องจิน พี่ให้กระเป๋าเงินน้องไปแล้วใช่ไหม? เงินในนั้นน้องใช้ตามใจชอบเลย ซื้ออะไรก็ได้ ไม่พอพี่ให้เพิ่ม"

ยังไงก็เงินของพ่อ ๆ ของเธอ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายแย่

จินตหราหัวเราะพร้อมกับพยักหน้า "ได้พี่ หนูรู้แล้ว"

กลิ่นหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เด็กทั้งสองที่ท้องร้องประท้วงด้วยความหิว จ้องมองไปยังทิศทางของห้องครัวด้วยตาเป็นประกาย

อรวินท์เสิร์ฟอาหารจานสุดท้ายพลางหัวเราะร่วนกับท่าทางหิวจัดของเด็ก ๆ "ไปล้างมือเตรียมกินข้าวกันเถอะ"

จินตหรากระโดดลุกจากพื้นทันที เธอหัวเราะร่าแล้ววิ่งตรงไปยังห้องน้ำ โดยมีณัฐนนท์รีบก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว

วินาทีถัดมา เสียงหัวเราะก็ดังแว่วมาจากทางห้องน้ำ

อรวินท์ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ภาพแบบนี้หาได้ยากจริง ๆ

เด็กทั้งสองล้างมือเสร็จแล้ว ก็มานั่งรอที่โต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย

พริบตาเดียว จานที่อยู่ด้านหน้าณัฐนนท์ก็มีอาหารวางกองสูงเหมือนภูเขา

จินตหราแกล้งบ่นเสียงดัง "แม่ลำเอียง เอาของอร่อยไปให้พี่ชายหมดแล้ว!"

อรวินท์รู้ว่าเธอกำลังล้อก็หัวเราะพลางมองไปที่เธอ

ณัฐนนท์คิดว่าเธอโกรธจริง ๆ รีบหยิบเนื้อให้เธอ "น้องจิน ให้น้องหมดเลย"

จินตหราหัวเราะพุ่ง ดวงตาโตกระพริบอย่างซุกซน "พี่ชาย หนูไม่ได้โกรธ หนูแกล้งเล่นน่ะ"

ณัฐนนท์เกาหัว ใบหน้าขาวนุ่มเพิ่มความเขินอาย

แม่ลูกทั้งสามหัวเราะกันอย่างมีความสุข พี่รมย์ชลีมองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่พองโต คอยยกนิ้วขึ้นเกลี่ยน้ำตาแห่งความยินดีที่ซึมตรงมุมตาเป็นพัก ๆ

คฤหาสน์ตระกูลจำเริญทรัพย์

รวดีที่กำลังดื่มชา ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบเข้ามาใกล้ "นายหญิงค่ะ คุณชายกลับมาแล้ว"

รวดียกคิ้วอย่างไม่แสดงออก "กลับมาคนเดียวหรือ?"

สาวใช้พยักหน้า "ใช่ค่ะ"

รวดี "รู้แล้ว"

วินาทีถัดมา เจตน์ก็ปรากฏตัว เดินเข้ามาใกล้พลางเอ่ยถามเสียงเบา "ยาย ณัฐอยู่ไหม?"

รวดีเงยหน้ามองเขาอย่างเย็นชาด้วยความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย "ลูกตัวเองแท้ๆ ยังไม่รู้ว่าอยู่ไหน แล้วจะมาถามฉันทำไม?"

เจตน์ที่โดนดุก็เงียบไป

วันนี้เป็นวันแรกที่ณัฐนนท์เข้าโรงเรียนอนุบาล เจตน์ตั้งใจจะไปรับเขา

เขารอให้อรวินท์มาขอโทษตลอดทั้งบ่ายแต่เธอกลับเงียบหาย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสะเพร่าจนลืมไปรับลูกที่โรงเรียน

เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟมาตลอดทาง ทว่าก่อนจะเข้าไปในบ้านหลังเก่าถึงได้ระงับความโกรธที่ปากเสียเอาไว้

รวดีวางถ้วยชาลง พูดอย่างเหลืออด "ไปเล่นที่บ้านเพื่อนแล้ว เจตน์ เธอไม่ใส่ใจลูกเกินไปแล้ว! ทั้งวันรู้จักแต่ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้น!"

เจตน์แก้ตัว "ไม่ใช่ครับยาย ผมมีธุระด่วน"

รวดีไม่อยากฟัง ส่ายหน้าเย็นชา "ฟ้ามืดแล้ว"

เจตน์ขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์โทรหาบอดี้การ์ดของณัฐนนท์ "ยาย ยายพักผ่อนก่อน ผมจะไปรับเขากลับมา"

...

หลังกินข้าวเย็น แม่ลูกทั้งสามกำลังกอดกันอย่างอบอุ่น

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงของบอดี้การ์ดที่ดังผ่านช่องประตูเข้ามา "คุณชายน้อย ดึกแล้ว คุณเจตน์จะมารับคุณกลับแล้ว"

อรวินท์ตกใจจนใจเต้นแรง

ห้ามให้เจตน์เจอจินตหรา ไม่งั้นเขาจะแย่งเธอไปด้วย! เธอมองเด็กทั้งสองด้วยความกังวล

ยังไม่ทันได้พูดอะไร ณัฐนนท์ก็วางเลโก้ในมือลง ลุกขึ้นด้วยตัวเอง "แม่ น้องจิน วันนี้ดึกแล้ว ผมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาเล่นกับแม่และน้องใหม่"

แม้จะไม่อยากให้ไป อรวินท์ก็ต้องพยักหน้า "ไว้พรุ่งนี้แม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทานอีก"

จินตหรายื่นปากอย่างแสนงอน "พี่ชาย หนูไม่อยากให้พี่ไป"

ลึกๆ แล้วเธอก็ไม่อยากให้เขาไป เธอเพิ่งจะได้พบหน้าและผูกพันกับพี่ชายแท้ๆ ทำไมถึงมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ชั่วอึดใจก็ต้องแยกจากกันเสียแล้ว

ณัฐนนท์เอื้อมมือไปลูบผมเธอ เพื่อเป็นการปลอบใจ "น้องลืมแล้วหรือ? พรุ่งนี้เราไปโรงเรียนอนุบาลก็เจอกันแล้ว"

จินตหราอ้าปากหวังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ "ได้... บ๊ายบายพี่ชาย"

อรวินท์หยิกแก้มเขาเบาๆ ก่อนจะอดใจไม่ไหว ดึงเขาเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน "กลับไปเป็นเด็กดี อาบน้ำนอนเร็ว ๆ ดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้น้อย ๆ ไม่ดีต่อสายตา ตาของลูกสวยขนาดนี้ แม่ไม่อยากให้ลูกต้องใส่แว่นหรอกนะ"

การจู้จี้ขี้บ่นของแม่ เขาฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ

ณัฐนนท์พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง "แม่วางใจเถอะ ผมรู้แล้ว"

ด้วยความอาลัยอาวรณ์ ณัฐนนท์ก็ออกไปในที่สุด

อรวินท์พาจินตหราไปดูที่ระเบียง เขาเพิ่งลงมาข้างล่าง รถไมบัคก็มาจอดหน้าประตู

เจตน์ในชุดสูทสีดำก้าวลงจากรถ เขาล้วงมือเข้ากระเป๋าพลางจ้องมองณัฐนนท์อย่างมั่นคง

ณัฐนนท์หน้าขาวนุ่มเหมือนซาลาเปาดูเงียบเฉย มองเขาอย่างเฉยเมย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีความสุขแบบที่อยู่กับอรวินท์เลย เดินตรงไปที่รถคันหน้าพร้อมบอดี้การ์ด

เจตน์ขมวดคิ้ว "ณัฐ ไม่เห็นพ่อหรือ? ทำไมไม่เรียก?"

ณัฐนนท์ถึงจะเอ่ยปากอย่างไม่เต็มใจ "พ่อครับ"

เสียงเฉยเมยแต่สั้นมาก ฟังดูเหมือนแค่ทำหน้าที่

เจตน์รู้สึกเหมือนมีบางอย่างติดอยู่ที่คออย่างช่วยไม่ได้

ณัฐนนท์ตั้งแต่เล็กก็ไม่ชอบพูด เก็บตัว มีแต่รวดีเท่านั้นที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา

ในสายตาของเขา อาจจะไม่แคร์พ่อคนนี้เลยด้วยซ้ำ

หลังจากมองดูณัฐนันท์ขึ้นรถ เจตน์จึงเตรียมที่จะขึ้นรถตาม

ขณะก้าวขึ้นรถ เขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาหยุดแล้วเงยหน้ามองขึ้นไป

สายตาคมกริบมองมา อรวินท์ตกใจรีบหมอบลง หัวใจเต้นแรง

สักพักใหญ่ หัวใจเธอถึงจะสงบ แอบลุกขึ้นมองข้างล่าง เห็นแต่ไฟท้ายรถไมบัคที่กำลังไปไกล

"โชคดีที่ไม่เห็น"

เธอถอนหายใจโล่งอก พอหันกลับมา เห็นจินตหราเกี่ยวแขนเล็ก ๆ จ้องไปทิศทางที่รถไมบัคออกไปอย่างโมโห

อรวินท์หยิกแก้มเธอ และเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ "เป็นอะไร? ทำไมทำหน้าแบบนี้?"

จินตหราเซ็งปาก ตะโกนเสียงดัง "แม่ คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ชายที่ทิ้งแม่ไปจะหล่อขนาดนี้! หนูนึกว่าเขาจะเตี้ย อ้วน น่าเกลียดซะอีก! พระเจ้าไม่ยุติธรรมเลย!"

คนเป็นแม่ถึงกับใบ้กิน... นี่ลูกเธอไปจำบทละครดราม่าเรื่องอะไรกับพี่รมย์ชลีมากันแน่!

จินตหรากระทืบเท้าด้วยความโมโห ก่อนจะเดินสะบัดหน้ากลับไป

ภายในรถไมบัค ณัฐนนท์ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉย บรรยากาศในรถเงียบสนิทจนน่าอึดอัด

เวลาผ่านไปราวครึ่งวัน ในที่สุดณัฐนนท์ก็ยอมพูดขึ้นมาเบา ๆ "ผมนัดเพื่อนแล้วว่าพรุ่งนี้จะมาเล่นอีก พรุ่งนี้พ่อไม่ต้องมารับ เล่นเสร็จผมจะกลับไปกับลุงสองคน"

ลุงสองคนที่เขาพูดถึงคือบอดี้การ์ดที่ดูแลความปลอดภัยของเขา

น้ำเสียงเฉยเมยของเขาทำให้เจตน์ขมวดคิ้ว หน้าตาไม่พอใจ

บางทีเจตน์ก็สงสัยว่าเด็กคนนี้ไปเหมือนใครกันแน่ ท่าทางเอาเรื่องและแก่เกินวัยนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้นิสัยที่พูดจาเหมือนออกคำสั่งแจ้งให้ทราบ โดยไม่เคยคิดจะปรึกษานี่สิ...

เจตน์อยากจะโกรธ แต่พอคิดดูแล้วว่าเป็นลูกตัวเอง ก็เลยปล่อยผ่าน

ริมฝีปากบางๆ ขยับ "รู้แล้ว กลับมาเร็ว ๆ อย่าเล่นดึกเกินไป"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป